• Titanic 3D ประเดิมฉายพม่าครั้งแรก ในรอบ 50 ปี

  •  

  • ไททานิค

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก 20th Century Fox

            เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เว็บไซต์ไทม์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ รายงานว่า ค่ายภาพยนตร์ชื่อดัง ทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ ได้นำภาพยนตร์ "Titanic 3-D" ออกฉายในพม่าเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2505 หลังทางบริษัทถอนตัวทำธุรกิจในพม่า เนื่องจากเกิดเหตุรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นบริษัทภาพยนตร์อเมริกันบริษัทแรกที่กลับเข้าไปทำธุรกิจในพม่าอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่า

            รายงานระบุว่า ค่ายหนัง ทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ ได้ทำข้อตกลงร่วมกับบริษัท มิงกาลาร์ บริษัทภาพยนตร์เอกชนรายใหญ่ที่สุดของพม่า ซึ่งควบคุมตลาดหนังในพม่าคิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ และเป็นผู้นำเข้าท้องถิ่นซึ่งดูแลในส่วนของโรงภาพยนตร์ด้วย นำหนังออกฉายในพม่าเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งหนังเรื่องแรกที่ฉายในกรุงย่างกุ้งคือ หนังเรื่อง ไททานิค ในระบบ 3 มิติ โดยมีราคาตั๋วใบละ $3.50 หรือ 3,000 จ๊าด (ประมาณ 110 บาท) ซึ่งสูงกว่าค่าตั๋วหนังในปัจจุบันถึง 6 เท่า

            ทั้งนี้ ซันเดอร์ คิมาทรัย ประธานบริษัท มิงกาลาร์ เชื่อว่า ค่าตั๋วที่แพงขึ้นนี้ไม่ใช่อุปสรรคขัดขวางผู้ชมชาวพม่าที่ต้องการดูภาพยนตร์ต่างประเทศในโรงหนังที่มีระบบภาพและเสียงดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งบริษัท มิงกาลาร์ ได้ลงทุนติดตั้งระบบดิจิตัลรุ่นใหม่มูลค่า 3 แสนดอลล่าร์หรือประมาณเกือบ 10 ล้านบาทเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของพม่าให้คึกคักอีกครั้ง อีกทั้ง Titanic ต้นฉบับเองก็ไม่เคยได้ฉายในพม่ามาก่อน เนื่องจากพม่าปิดโอกาสของภาพยนตร์ต่างประเทศในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายและโด่งดังมาก ในปี 1997 (พ.ศ. 2540)

            ทั้งนี้ ในอดีตนั้น อุตสาหกรรมหนังของพม่าค่อนข้างคึกคัก โดยสามารถผลิตหนังได้ปีละ 100 เรื่อง แต่อุตสาหกรรมหนังพม่าได้ซบเซาลงในหลายสิบปีมานี้ หลังตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลต่อทิศทางอุตสาหกรรมหนังพม่าว่าอาจจะเดินตามระบบทุนนิยมเหมือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย รวมทั้งยังกังวลว่า โรงหนังแบบโรงเดี่ยวอาจหายไปและแทนที่ด้วยโรงหนังแบบมัลติเพล็กซ์เข้ามาแทนที่

            ขณะที่ทางด้าน โทมัส เยเกียส และพอล ฮานเนมัน ประธานของสตูดิโอทเวนตี้ เซนจูรี ฟ็อกซ์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ทางค่ายภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้บุกเบิกตลาดและได้ทำงานร่วมกับกลุ่มธุรกิจในท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาในครั้งนี้ เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพม่าที่ยังอยู่ภายใต้การนำของนายพลเต็ง เส่ง และเรายังตั้งใจว่าจะลองไปร่วมงานในที่อื่น ๆ ในเอเชียดูบ้างในช่วงปลายปีนี้




    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก