• นิด้า เผย 7 จุดใน กทม. พื้นที่เสี่ยงเป็นมะเร็ง

  •  


  • ฝุ่นละอองในอากาศ


    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

              นิด้า เผย 7จุดใน กทม. พื้นที่เสี่ยงมะเร็งปอด หลังพบสารก่อมะเร็งเฉลี่ยเกินมาตรฐาน 2.2เท่า ส่วนสาเหตุหลักมาจากปริมาณรถในถนนที่เพิ่มขึ้น

              เมื่อวันที่ 30เมษายน นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่าจากผลวิจัยวัดค่าฝุ่นละอองในอากาศ ขนาดไม่เกิน 10ไมครอน (PM10) ของกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่ พ.ศ. 2549-2552จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 7 สถานี ได้แก่ การเคหะชุมชนคลองจั่น,โรงเรียนนนทรีวิทยา, โรงเรียนสิงหราชพิทยาคม, การไฟฟ้าย่อยธนบุรี,สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย 4, การเคหะชุมชนดินแดงและโรงเรียนบดินทรเดชา พบว่า มีค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของสารก่อมะเร็ง PAHs อยู่ที่554 พิโคกรัม (ค่ามาตรฐานที่ควรมีไม่เกิน 250พิโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) หรือเกินมาตรฐานถึง 2.2เท่า

              นายศิวัช กล่าวต่อไปว่า ถ้าหากแยกเป็นพื้นที่ผลเป็นดังนี้

                การเคหะชุมชนดินแดง มีค่าความเข้มข้นอยู่ที่ 990พิโคกรัม หรือสูงกว่ามาตรฐาน 3.96 เท่า

                สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย 4อยู่ที่ 704 พิโคกรัม สูงกว่ามาตรฐาน 2.8เท่า
             
                การไฟฟ้าธนบุรี 603พิโคกรัม สูงกว่ามาตรฐาน 2.4 เท่า

                โรงเรียนนนทรีวิทยา มีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ 292พิโคกรัม

              อย่างไรก็ดีเมื่อนำค่าเฉลี่ยสารก่อมะเร็งในกรุงเทพฯ ไปเปรียบเทียบกับเมืองต่าง ๆของทวีปเอเชีย กรุงเทพฯ จัดอยู่ในลำดับ 13 ส่วนอันดับ 1คือ เมืองเป่าจี จากประเทศจีน เกินค่ามาตรฐาน 98เท่า ขณะที่อันดับ 2 คือ กรุงปักกิ่ง จากประเทศจีน เช่นเดียวกันเกินมาตรฐาน 33 เท่า

              นอกจากนี้ นายศิวัช ยังกล่าวอีกว่า เมื่อหาสาเหตุของสารก่อมะเร็งในกรุงเทพฯ ผลวิจัยพบว่า ร้อยละ 80มาจากไอเสียของยานพาหนะ ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงมากแม้ว่าภาครัฐจะสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์เพื่อลดมลพิษในอากาศก็ตามส่วนสาเหตุที่สารก่อมะเร็งเพิ่มขึ้นเป็นเพราะปริมาณรถยนต์บนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ถ้าหากภาครัฐอยากแก้ปัญหานี้ต้องหันมารณรงค์ให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชน เพื่อลดปริมาณรถบนท้องถนน


    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก